Google
 

วันอาทิตย์ที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

Flock Browser สำหรับ Bloger ตัวจริง

ได้บังเอิญไปเจอเจ้า Flock browser ตัวนี้เข้าโดยบังเบิญครับ ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจอะไรมากเท่าไรเพราะตอนนี้ดันติดใจเจ้า Avant browser อยู่ แต่พอลองเปิดอ่านดูเนื้อหาและการวาง Position ของตัวเองว่าเป็น Browser สำหรับมือ Blog ตัวจริง

หลังจากตัดสินใจอยู่สีกพักก็เลยจัดการ download เจ้า Flock browser มาซะ เมื่อติดตั้งเสร็จเรียบร้อย ก็ลองเปิดใช้งานซะ ไม่นานจากนั้นผมก็ต้องตะลึงกับหน้าที่ interface ที่บอกได้เลยว่า ชอบมากๆ ขอชมเลยว่าทีมออกแบบเป็นทีมที่เข้าใจ Bloger จริงครับ เพราะเมื่อเข้ามาคุณจะมาสู่หน้า Myworld

ซึ่งเป็นหน้าหลักที่รวม Favorite ต่างของเราออกมาไม่ว่าจะเป็น Site,Feed,Media ที่เราได้จัดการ Add ไว้ ออกมา พร้อมเครื่องมือต่างๆสำหรับ Bloger ให้จัดการ Blog ของคุณได้อย่างง่ายดายไม่ว่าจะเป็น Bloger,Flickr,wordpress,Typepad,Photobucket, และอีกมากมายที่สำคัญตัวนี้เป็น Freeware และเป็น Open sorce ที่เปิดโอกาสให้นักคิดนำไปพัฒนาต่อกันได้ อ้อและยังมี Add on เด็ดๆให้ลองเล่นกันอีกมากมายไม่แพ้เจ้า Firefox ด้วยนะแต่อาจจะยังไม่มากเท่าเพราะว่า Flock เพิ่งเกิดมาไม่นานนี้เองแต่ผมเชื่อว่าน่าจะได้รับความนิยมจากชาว Blog กันพอสมควรที่เดียวเชียวแหละ ลองแวะไปดูที่ Flock.com และลองดู VDO Demo ก่อนละกันผมเชื่อเลยว่า ถ้าคุณไม่โหลดมาลองแล้วล่ะก็คุณไม่ใช่ Blogger ตัวจริงแน่นอน

Read More......

วันอังคารที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

Connie Talbot :Semi final round in BEN




หลังจากคราวที่แล้วหลายๆคนติดใจหนูน้อย Connie Talbot กับความสามารถบนเวทีของเธอในการแข่งขันรอบรองชนะเลิศในรายการ Britain's got talent กับบทเพลง Some where over the rainbow บทเพลงสุดคลาสิคจากภาพยนต์เรื่อง Wizard of Oz ภาพยนต์ที่คุณย่าของเธอเปิดให้ดูเมื่อ 2 ปีก่อน ทำให้เธอผูกพันธ์กับเพลงนี้เป็นอย่างมากเพราะหลังจากนั้นไม่นานคุณย่าของเธอก็เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งทรวงอก สำหรับการแข่งขันในรอบรองชนะเลิศนี้นี้เธอได้นำบทเพลง BEN เพลงประกอบภาพยนต์ชื่อเดียวกันที่สร้างชื่อให้กับ Micheal Jackson ในวัยเด็กได้จะเพราะจับใจแค่ไหนต้องลองชมกัน




Read More......

วันอาทิตย์ที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

มารักษาสุขภาพเส้นเสียงกันเถอะ

หายไปหลายวันเลยครับ โดนไข้หวัดเล่นงานแถมรอบนี้เกิดอาการหวัดลงคออีกถ้าใครเคยเป็นก็จะรู้ว่ามันทรมานขนาดไหนครับ เฮ้อ.. เลยได้ไอเดียมาเสนอ เทคนิดการดูแลรักษาเส้นเสียงสุดหวงแหนของเรากันก่อนที่สายเกินไป


1. ทานน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว ไม่จำเป็นต้องเป็นน้ำอุ่นหรอกครับ เพราะบางคนมีอาการไม่ถูกกับน้ำอุ่นทานแล้วอาจจะคอแห้งไว ผมคนหนึ่งละครับที่เป็น ที่ดีที่สุดคือน้ำเปล่าแบบไม่แช่เย็น อุณหภูมิห้องแน๊ะแหละ เวิร์คสุดๆ แต่น้ำเย็นก็ไม่ได้มีผลอะไรมากนะครับ ยกเว้นตอนไม่สบายเลี่ยงได้ก็จะดี จุดประสงค์คือเพื่อทำให้เส้นเสียงของเราเกิดความชุ่มชื้นครับ


2. หลีกเลี่ยงการตะโกน การตะโกนถือว่าเป็นสิ่งที่อันตรายและอาจจะทำร้ายเส้นเสียงของเราได้อย่างดีเลยครับ ลองนึกถึงเวลาเราดึงเส้นด้าย ถ้าเรากระตุกเส้นด้ายในมืออย่างเร็ว เส้นด้ายก็จะขาดได้ง่ายกว่าการที่ค่อยๆดึง เช่นเดียวกับเวลาที่เราตะโกนครับ เส้นเสียงเราเกิดการตึงตัวอย่างรวดเร็ว จนอาจจะเกิดการฉีกของเนื้อเยื่อ เป็นสาเหตุของการเจ็บคอ เหมือนเวลาวันไหนที่เราไปเชียร์กีฬา หรือ ไปKaraoke party กับเพื่อนๆแหละครับ สังเกตุว่าวันรุ่งขึ้นจะเจ็บคอ เพราะเส้นเสียงเราทำงานหนักตอนเราตะโกนคุยกันกับเพื่อน หรือตะโกนเชียร์ นั่นเอง


3.หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอลล์ และสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์ เพราะแอลกอฮอล์ นั้นอาจจะทำลายเส้นเลือดฝอยบริเวณลำคอจนเกิดอาการอักเสพได้ สำหรับบุหรี่นี่ยิ่งร้ายแรงเพราะเจ้าสาร ทาร์ ที่อยู่ในบุหรี่จะไปเกาะที่เส้นเสียงและลำคอทำให้คุณอาจจะพังก่อนวัยอันควร นี่ยังไม่รวมที่อาจจะเป็นมะเร็งปอดด้วยนะครับ อันนี้ ร้ายแรงที่สุดละครับ

4.พักผ่อน เยอะๆ อย่างน้อยวันละ 8 -10 ชั่วโมง (ถ้าทำได้) เพราะเส้นเสียงคุณก็ต้องการการพักผ่อนเหมือนกันหลังจากที่คุณสั่งให้เขาทำงานมาทั้งวัน

5. รักษาสุขภาพร่างกาย เพราะเมื่อคุณไม่สบายเส้นเสียงคุณจะบวมตามไปด้วยจนมันเสียดสีกันมากเกินไป ทำให้เกิดอาการเจ็บคอตามมา ยิ่งถ้าคุณยังรั้นไปทรมาน สังขารเส้นเสียงตัวเองอีกละก็ อาจจะได้มีการพักยาวเลยงานนี้

Read More......

วันพฤหัสบดีที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐

Connie Talbot :Some where over the rainbow





ผมได้รับ Email ฉบับหนึ่งจาก Forward mail เมื่อไม่กี่วันให้ดูรายการ Britain got talent
ให้ดูการแสดงของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ร้องเพลง Some where over the rainbow ในการแข่งขัน ทันทีที่ดูจบผมถึงกับอึ้งทันทีไม่ได้ พูดเล่นนะครับ ไม่เชื่อลองดู Clip รายการที่ด้านบน เพราะอะไร เพราะเธอ Connie Talbot หนูน้อยวัยเพียง 6 ขวบ เธอแสดงความสามารถต่อหน้ากรรมการและผู้ชมนับร้อยได้อย่างมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นความนิ่ง สมาธิ การแสดงบนเวที และ น้ำเสียง ต้องยอมรับจริงๆว่า เธอเป็นสุดยอดนักร้องวัย 6 ขอบ ดั่งที่ Simon cowell ได้กล่าวชมเธอไว้ เชื่อไหมครับว่าเธอไม่เคยเรียนร้องเพลงอย่างจริงจังเลย ครูที่สอนร้องเพลงให้เธอนั้นคือเครื่องเล่น Karaoke ที่พ่อแม่เธอซื้อให้เป็น ของขวัญ หลายๆคนกล่าวว่าเธอจะเป็น Charlott church คนต่อไป แต่เธอกล่าวว่าเธออยากเป็น Jose stone คนต่อไป ผมเชื่อว่าใครที่ดูแล้วไม่รักเธอ คงต้องพิจารณาตัวเองแล้วครับ

Read More......

วันเสาร์ที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐

แนะนำ eSnips สุดยอดที่แชร์ media file


วันนี้ผมขอนอกเรื่องนิดนะครับ พอดีมีเพื่อนๆบางคนถามว่าอยากทราบว่าเราชะนำตัว Music and Video Player อย่างที่ผมแสดงใน บล็อกนี้ มาติดบ้างจะทำอย่างไร ผมเลยอยากขอแชร์ความรู้ไว้ตรงนี้บ้างครับเผื่เป็นประโยชน์กับหลายคนนะ เรื่องของเรื่องผมได้รับคำแนะนำจากคุณเอก แห่งhttp://iake.blogspot.com/ ให้ลองใช้บริการของ eSnips.com ก็เลยลองดูปรากฎว่าได้ผลที่ได้ปรับทับใจเกินคาดมากๆ ลองมาดูกันครับ เริ่มแรกให้คุณเข้าไปที่ http://www.esnips.com/ แล้วก็จัดการสมัครสมาชิกซะให้เรียบร้อยซึ่งคุณจะได้ พื้นที่สำครับ Upload file ถึง 5 GB โอ้วววว ไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่อสมัครเรียบร้อยก็ เข้าสู่ระบบ ก็จะเข้าสู่หน้าหลักของคุณเอง


จากนั้นเลือกที่ Upload file เพื่อเริ่มต้น ส่งเพลง หรือ File Video ของคุณขึ้นไปเก็บไว้


โดยเลือกที่ Brows เพื่อหา File ในเครื่องของคุณ จากนั้นก็ปรับแต่งข้อมูลรายละเอียด นิดหน่อยตามใจ
เสร็จแล้วกดปุ่ม Upload แล้วรอจนเรียบร้อย เมื่อเสร็จแล้วให้เราเลือกที่ MP3 Wiged เพื่อจะนำตัว Widget ไปติดไว้ใน Blog ของเรากัน


โดยอย่างแรก เลือก Widged ที่ชอบ เมื่อถูกใจอันไหน ก็กดเลือกได้เลย แล้ว จะมี Preview ให้เราดูตัวอย่างด้านข้าง จากนั้นก็นำ Code ที่ได้ในกล่องมาใส่ใน Html editer ใน Blog ของเรา ก็เป็นอันเรียบร้อย โรงเรียน Blogspot ไป สำหรับFile VDO ก็ทำวิธีเดียวกันนะครับ มีเทคนิคสำหรับคนขี้เกียจ (แบบผม อิอิ) ถ้าไม่อยาก Upload เอง ก็สามารถ Search จากในเว็บเผื่อ File นั้นๆ จะมีคน upload ไว้อยู่แล้ว เราก็แค่ไปเอา Code เขามาเท่านั้นเอง และ ยังสามารถ Download File เหล่านั้นมาเก็บไว้ฟังในเครื่องได้อีกต่างหาก บอกแล้วว่าเยี่ยมจริงๆ เว็บนี้

Read More......

วันอังคารที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐

Just so you know :Jesse Mccartney




เด็กหนุ่มคนนี้ฝีมือไม่เบาทีเดียว ชอบเพลงนี้เพราะการถ่ายทอดอารมณ์เพลงออกมาได้ยอดเยี่ยมมากๆ

Read More......

วันพุธที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

ร้องเพลงอย่างไรถึงเรียกว่าเพราะ ?

สืบเนื่องจากผมได้คุยกับเพื่อนคนนึกใน MSN เขามีคำถามน่าสนใจว่า อยากรู้ว่า "ร้องเพลงอย่างไรถึงเรียกว่าเพราะ " ผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์และ ได้ไอเดียสำหรับหลายๆคนครับ เลยขอมาแชร์ในนี้ด้วยละกันครับ ผมเชื่อว่ามีหลายคนคิดว่าเวลาร้องเพลงนั้นอยากจะทำให้เหมือนนักร้องต้นฉบับให้มากที่สุด นั่นแสดงว่าร้องดีมาก เพราะมากแล้ว เมื่อก่อนผมก็เป็นนะครับ อยากร้องเพลงให้เหมือนคนนั้นคนนี้ มากๆ แต่ความเป็นจริงแล้วการจะร้องเพลงให้เพราะนั้นไม่จำเป็นต้องให้เหมือนใครเลย ร้องให้เป็นแบบตัวเราเองได้มากที่สุดนั่นจะดีเสียมากกว่าอีก งั้นเรามาดูกันว่าในบทเพลงนั้นๆประกอบไปด้วยองค์ประกอบอะไรบ้าง แล้วเราจะต้องทำอย่างไรให้มันออกมาให้ดีให้ได้
1. ทำนองเพลง (Melody) เมื่อเราได้ยินเพลง ทำนองดนตรี จะเป็นตัวนำระดับเสียงร้อง เราควรร้องเพลงให้ตรงกับทำนองของบทเพลง
2. จังหวะ ( Rhythm) เป็นตัวกำหมดความเร็วช้า (Tempo) ของเพลงเราควรทำความเข้าใจและจับจังหวะของเพลงที่เราร้องให้ได้เพื่อที่จะร้องไม่คร่อมจังหวะ
3. เนื้อเพลง ( Lyric ) เนื้อเพลงเป็นเหมือนดังเรื่องราว ที่ดำเนินในเพลงนั้นๆ เราควรฝึกออกเสียงให้ชัดเจนในทุกคำร้อง การฝึกควรเริ่มจากการอ่านก่อน เพราะจะช่วยให้เราได้ทำความรู้จักกับคำร้องได้มากกว่าร้องไปเลยโดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับคำร้องเลย
4. อารมณ์เพลง (Expression) เป็นเสมือนการเล่าเรื่องให้ผู้ฟังเข้าใจความหมาย หรือ เรื่องราวที่บทเพลงสือ โดยมีตัวเราเป็นเสมือนผู้นำสารนั่นเอง

การร้องเพลงที่ดีนั้นเราไม่ควรที่จะร้องเพี้ยน ไม่ว่าจะเพี้ยนทำนอง (Melody) สูง -ต่ำ หรือ เพี้ยนจังหวะ (Rhythm) ไม่ช้า หรือ เร็วไป เนื้อเพลงควรจะชัดในคำร้องโดยเฉพาะภาษาไทยและภาษาอื่นๆที่ร้อง ฉะนั้นผู้ร้องจึงควรทำความเข้าใจกับการออกเสียงคำร้องให้ดีก่อน สิ่งสุดท้ายที่สำคัญไม่เป็นรองใครคืออารมณ์เพลง ตัวนักร้องนั้นเป็นเสมือนดั่งผู้นำสาร ผู้ถ่ายทอด ผู้สื่อสาร ประหนึ่งดั่งนักแสดงที่จะต้องตีบทให้แตก ถ่ายทอดความหมาย ของเพลง ให้ผู้ฟังเข้าใจและประทับใจในบทเพลงนั้นๆให้ได้มากที่สุด บางครั้งคุณอาจจะเคยสังเกตุว่านักร้องคนที่นำบทเพลงเก่ามาร้องใหม่ อาจจะร้องไม่เหมือนต้นฉบับเดิมเลยก็ได้ แต่เราก็ชอบในเพลงนั้นๆ เหมือนเดิม หรือ อาจจะมากกว่าเดิมก็ได้ ทั้งๆที่เป็นเพลงเดียวกัน ความหมายเดิมๆ........... Sing with me

Read More......

วันจันทร์ที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

มาโชว์พลังเสียงของคุณกันดีกว่า

ตั้งใจมานานละครับว่าอยากให้ท่านๆผู้ติดตามอ่านทั้งหลายมีส่วนร่วม ทั้งการส่งผลงานเสียงร้องของตัวท่านเองมาโชว์ หรือ มีส่วนในการวิจารณ์ผลงานของท่านอื่นๆ เพราะผมเชื่อว่าการที่เราร้องเพลงแล้วมีคำวิจารณ์นั้นจะดีกว่าเราร้องแล้วไม่ได้รับเสียงตอบกลับมาเลย เหมือนกระจกที่ส่องน่ะการที่เราทำอะไรแล้วไม่ได้มองเห็นตัวเองอย่างที่คนอื่นมองเห็น เราก็จะไม่สามารถทราบได้เลยว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นดีแล้ว ถูกต้องแล้วหรือยังครับ การเป็นนักร้องที่ดีนั้นเราต้องกล้าที่จะนำเสนอ และรับคำวิจารณ์นำกลับมาแก้ไขปรับปรุงเพื่อพัฒนาตนเองอยู่เสมอ การวิจารณ์ที่ดีนั้นไม่ใช่จะจ้องแต่จะจับผิดอยู่อย่างเดียวครับ เราจะมองหาข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไข และชมเชยข้อดีของผู้ถูกวิจารณ์ด้วย ฉะนั้นจงอย่ากลัวที่จะโดนวิจารณ์ครับ แล้วเราจะเก่งเอง หากท่านต้องการส่งผลงานของท่านมาเสนอต่อเพื่อนๆเพื่อรับคำวิจารณ์ แก้ไขสามารถส่งมาได้ที่ toppercool@gmail.com หรือ crazy_in_u@hotmail.com พร้อมแนบ file เสียงร้องของคุณเองมาในแบบ MP3 และประวัติย่อ ของคุณมาได้เลย แล้วผมและเพื่อนๆจะมาช่วยกันแก้ไขและค้นหาสิ่งดีๆในตัวคุณกันครับ.......Sing with me

Read More......

วันศุกร์ที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

Better that we break: เพลงนี้มันโดนอย่างแรง :




Song : Better that we break
Artise : Maroon5
Album : It won't be soon

11-maroon_5-better...



Lyrics : Maroon 5 Better That We Break


I never knew perfection ‘tilI heard you speak,
and now it kills me Just to hear you say
the simple things Now waking up is hard to do
And sleeping’s impossible too Everything’s
reminding me of you What can I do?


It’s not right, not OKSay the word it should say
Maybe we’re better off this way?
I’m not fine , I’m in painIt’s harder everyday
Maybe we’re better off this way? It’s better that we break…


A fool to let you slip away I chase you just to hear you say
You’re scared and that you think that I’m insane
I see you look so nice from here Pity I can’t see it clearly
While you’re standing there, it disappearsIt disappears

It’s not right, not OK Better That We Break Say the word it should say
Maybe we’re better off this way?
I’m not fine, I’m in painIt’s harder everydayMaybe we’re better off this way?
It’s better that we break up

Saw you sitting all alone You’re fragile and you’re cold,
but that’s all rightLife these days is getting rough
It knocks you down and beats you up
But it’s just a rollercoaster anyway, yeh

It’s not right, not OK Say the word it should say Maybe we’re better off this way?
I’m not fine, I’m in pain It’s harder everyday
Maybe we’re better off this way? I’m not fine, not OK
Say the word it should sayMaybe we’re better off this way?
I’m not fine, I’m in painIt’s harder everyday
Maybe we’re better off this way? It’s better that we break, baby

Direct link for download : Click here
จาก album ใหม่ Maroon5 หลังจากห่างห่ายไปถึง 5 ปีหลังจากที่ Album Song a bout jane กวาดยอดขายไปไม่น้อยกว่า 10 แผ่นทั่วโลก การกลับมาอีกครั้งของ The maroon5 ภาพลักษณ์ ออกจะดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแต่ยังคงความมีเสน่ห์ และขี้เล่นอยู่ไม่น้อย หลังจากปล่อย Single แรก Make me wonder เพลงเปิดตัว
ได้อย่างยิ่งใหญ่ สามารถสร้างกระแสดนตรี แนว Funk rock กลับมาอีกครั้ง ใน style ของMaroon 5 ทั้งน้ำเสียง และ วิธีการร้องแบบ เชื่อมโทนเสียงที่โดดเด่น ของ Adam Levine ซึ่งหากคุณที่เป็นคนที่ชอบและกำลังสนใจในการฝึกการเชื่อมเสียง สำหรับคุณผู้ชาย เพลงของ Maroon 5 สามารถเป็นต้นแบบที่ดีได้ทีเดียว เพลง Better that we break เป็นอีกเพลงหนึ่งที่ เนื้อหาและทำนองโดนใจอย่างมาก ฟังเพียงครั้งแรกก็สามารถติดหูได้ทันที ลองฟังกันดูครับ

Read More......

วันพุธที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

ทำไมเราต้องมาฝึกการใช้เสียง

นั่นสิครับทำไมเราถึงควรต้องรู้จักการฝึกการใช้เสียง กันทั้งๆที่เราก็สามารถพูดกันได้ ร้องเพลงกันได้อยู่แล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องฝึกเลย งั้นลองกลับมาสำรวจตัวคุณเองกันหน่อยดีไหม ว่าคุณเคยมีอาการแบบนี้กันบ้างหรือเปล่า
1. เหนื่อยง่ายเวลาพูดติดต่อกันนานๆ
2. พูดแล้วระดับเสียงพูดสูงเกินไปจนทำให้คนรอบข้างรำคาญ บอกให้พอเถอะ
3. เล่าเรื่องให้คนอื่นฟังแล้วไร้ซึ่งอารมณ์ มีแล้วมีแต่คนบอกน่าเบื่อ ไม่มีคนสนใจ
4. จับไมค์ร้องเพลงโชว์ทีไรเสียงหลงทุกที ทั้งๆที่ซ้อมมาเป็นอย่างดีแล้ว
5. มีแต่คนบอกว่าร้องเพลงเหมือนสวดมนต์ (แถมเพื่อนบอกว่าฟังพระสวดมนต์ยังเพราะกว่าเลย)
6. ร้องเพลงแล้วเหมือนคนใกล้จะตาย ไม่มีพลังเอาซะเลย
7. ขึ้นเวทีแล้ว ขาสั่น ทำตัวไม่ถูก มือเกะกะไปหมด แทบอยากจะตัดมือทิ้งไป
8. ร้องเพลงทีไร ไม่เห็นเพราะเหมือนต้นฉบับสักที ไม่รู้จะทำยังไง
9. เมื่อร้องถึงท่อนฮุค ของเพลงมันเหมือน โดนฮุคเข้าเต็มหน้าร้องเสียงไม่ถึงซะที
10. เป็นผู้ชายแต่อยากร้องเพลงของผู้หญิงแทบตาย ร้องไม่ได้สักที

จริงๆผมว่ามีอีกเป็นร้อยเหตุผลนะครับ สำหรับการมาฝึกการใช้เสียง เพราะนอกจากจะใช้เพื่อร้องเพลงแล้ว การฝึกการใช้เสียง ยังสามารถที่จะปรับมาใช้ในการพูด การบรรยาย การพากย์ละคร การอ่านข่าว เป็นวิทยากร ล้วนแต่ต้องใช้เสียงให้เหมาะสมกับบทบาทที่กำลังแสดงอยู่ครับ ผมสังเกตุว่ามีหลายคนในปัจจุบันมีระดับเสียงในการพูดที่สูงมาก ส่วนใหญ่เกิดกับผู้หญิงนะครับ ไม่แน่ใจว่าเป็นแฟชั่นมากจาก Jpop หรือ Kpop อะไรหรือเปล่า แต่การที่มีระดับเสียงพูดที่สูงเกินไปนั้นจะทำให้พูดแล้ว เหนื่อยง่ายแล้ว ยังมีโอกาสเสี่ยงที่จะเจ็บคอได้ง่ายๆอีกด้วย เพราะเส้นเสียงนั้นจะต้องตึงตัวอยู่ตลอดเวลาพูด แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับสรีระเส้นเสียงของแต่ละคนด้วยนะครับ เคยมีผู้ประกาศข่าวท่านหนึ่งที่มาฝึกการใช้เสียง เนื่องจากทางสถานีส่งเธอมาฝึก เพราะระดับเสียงพูดเธอนั้นไม่เหมาะกับการอ่านข่าวหนักๆอย่างการเมือง หรือ อาชญากรรม จึงโดนส่งตัวมาปรับระดับเสียงพูด ( speech level) อยู่พักหนึ่ง ถึงแม้คุณจะไม่ได้ทำงานด้านการใช้เสียงแต่การฝึกเสียงยังสามารถช่วยคุณด้านอื่นได้เช่นกัน เช่น การออกไปบรรยายหน้าชั้นเรียน บรรยาย หรือ พูดยังไงให้ไม่เหนื่อยง่าย พูดยังไงน้ำเสียงยังไงให้คนสนใจติดตาม ยืนยังไงให้ดูสง่า หรือแม้แต่การร้องเพลงเพื่อการแสดงในงานสังคมก็ได้เช่นกันอย่าคิดว่าการฝึกการร้องเพลง ฝึกการใช้เสียงนั้นจะเหมาะสำหรับแค่เด็กๆนะครับ เพราะปัจจุบันมีผู้ใหญ่ ผู้บริหาร นักการเมือง หลายๆท่านต้องมาฝึกเรื่องการใช้เสียง กันมากขึ้น เพราะท่านเหล่านี้มักจะถูกเชิญในงานสังคมบ่อย การขึ้นเวทีแต่ละครั้งคงไม่เหมาะแน่ที่ท่านๆจะต้องตกเป็นจุดเด่นที่สุดในงานเพราะ ร้องเพลงเพี้ยน ทุกๆท่านคงอยากเป็นจุดเด่นในงานเพราะความประทับใจในน้ำเสียงและการแสดงที่เตรียมมาอย่างดีกันทั้งนั้นแหละ จริงไหมครับ ............ Sing with me

Read More......

วันอังคารที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

ตอบคำถามตาม Email ครับ

เพื่อนๆบางคนเริ่มมี Email มาสอบถามเรื่องปัญหาเรื่องเทคนิคการใช้เสียงกันมาบ้างแล้วนะครับ ผมยินดีนะครับ สำหรับทุกคำถาม ทุกคำขอยกเว้นเรื่อง ตังค์ ครับ 555 สำหรับคำถามที่น่าสนใจและดูเป็นประโยชน์ผมก็จะขอนำขึ้นมาแสดงในบล็อก แห่งนี้นะครับเพราะจะได้เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆคนอื่นๆด้วย นะครับ
วันนี้ผมขอนำเมล์จากเพื่อนหนึ่งถามมาว่า " ถ้าจำเป็นต้องออกงานร้องเพลงในวันที่ไม่ค่อยสบาย และไม่มีเสียง ควรทำอย่างไร " เป็นคำถามที่น่าสนใจครับ เคยไหมครับบ้างครั้งที่เราจำเป็นต้องแสดงแต่สภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย ผมก็เคยเป็นนะ อย่างแรก ถ้าหลีกเลี่ยงได้พยายามขอเลื่อนหรืองดจะดีที่สุดนะครับ เพราะลองนึกดูเวลาเราไม่สบายจะสังเกตุไหมว่าเสียงเราจะเปลี่ยนอันนั้นเกิดจากเจ้าเส้นเสียงของเราอักเสบบวมครับ เสียงเราจึงใหญ่ขึ้นไงครับ เมื่อเส้นเสียงบวมเมื่อเราใช้เสียงมากๆจะทำให้เกิดความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเสียดสีกันจน เป็นอันตรายครับ ดังนั้นหากหลีกเลี่ยงได้ก็ขอเขาเถอะครับ แต่ถ้ายังไงก็เลี่ยงไม่ได้จริงๆ ให้พยายามหาเพลงที่มี Range เสียงไม่กว้างมาก เพลงที่ต้องโชว์เสียงแบบกระชากคะแนนคนดูก็เลี่ยงไปก่อนละกันนะครับ หาเพลงที่เราร้องสบายๆดีกว่าครับ เพราะเส้นเสียงจะได้ไม่ต้องทำงานหนักมาก หรือหากยังไงก็จำเป็นที่ต้องร้องเพลงนั้นจริงๆ ถ้าร้องกับวงสดก็คุยกับวงนะครับว่าขอเขาปรับ key ลงมาสักครึ่งเสียง หรือ 1 เสียงครับ เพราะถ้า key ต่ำลงเส้นเสียงจะไม่ต้องตึงตัวมากเกินไปจนเกิดการฉีกขาดได้อีกครับ อ้อ เมื่อป่วยไม่ใช่ว่าหลีกเลี่ยงร้องเพลงนะครับ การพูดมากๆ ก็เป็นสิ่งที่ควรระวังด้วยเช่นกันครับ

Read More......

มารู้จักเครื่องดนตรีมนุษย์ กันเถอะ

สืบเนื่องจากบทความก่อนหน้าที่ผมพูดถึงความสำคัญของ "ลมหายใจ" ต่อการปล่อยและควบคุมเสียง และได้ยกตัวอย่างว่าด้วยการ สีไวโอลิน ที่นักเล่นไวโอลิน จะต้องทำการบังคับคันสี เพื่อควบคุม น้ำหนัก ความสั้น,ยาว ของเสียงที่ต้องการเล่น เช่นเดียวกับร่างกายเราก็สามารถเป็นเครื่องดนตรีชิ้นใหญ่ได้เช่นเดียวกับ แต่ก่อนที่ผมจะพูดถึงเรื่องการฝึกบังคับ ควบคุมลมหายใจแห่งชีวิตนี้ เรามาทำความรู้จัก อวัยวะสำคัญๆที่จะประกอบทำงานร่วมกันจนสามารถ สร้างตัวเราให้เป็น เครื่องดนตรี ชิ้นโต ได้เสียก่อน

1. จมูก (Nose) แน่นอนครับทุกคนต้องทราบอยู่แล้วว่าถ้าปราศจากจมูกแล้วเราจะหายใจกันเข้าไปได้อย่างไรล่ะ
2. ช่องปาก อย่าลืมครับ ทันทีที่คุณโดนบีบจมูกจนทนไม่ไหวแล้ว ปฏิกริยาอัตโมติที่ไม่ต้องสอนคือคุณจะอ้าปากอย่างกว้างเพื่อขเมิบ อากาศ หรือ Oxygen คำโตๆเข้าไปแทน

3. หลอดลม (Trachea) เป็นส่วนที่ต่ออกมาจากหลอดเสียง ยาวลงไปในทรวงอก ลักษณะรูปร่างของหลอดลมเป็นหลอดกลมๆ ทำหน้าที่เป็นทางเดินของอากาศหรือลมหายใจเรานั่นเอง

4. ปอด (Lung) หน้าที่ของปอดคือ การนำก๊าซ CO2 ออกจากเลือด และนำออกซิเจนเข้าสู่เลือด ปอดจึงมีรูปร่างใหญ่ มีลักษณะยืดหยุ่นคล้ายฟองน้ำ ดังนั้นลมหายใจปกติส่วนใหญ่จึงเข้าสู่ปอดโดยตรง อย่างไม่ต้องสงสัย




5. กระบังลม (Diaphragm) กระบังลมเป็นผนังผังผืดขาดใหญ่ที่กันระหว่างช่องท้องและช่องออก มีรูปร่างคล้ายกับ ร่มชูชีพ ที่สามารถเก็บกักลมไว้ได้อย่างมหาสารซึ่งแตกต่างกับปอดที่สามารถเก็บไว้ได้แค่ขนาดเท่ากำกำปั้นเท่านั้นเอง
6.กล้ามเนื้อหน้าท้อง (Front muscle) ตัวนี้ล่ะคือพระเอกของเรา กล้ามเนื้อหน้าท้องทำหน้าที่เป็นตัวที่ควบคุมบังคับลมหายใจว่ายาว สั้น หนักเบาแค่ไหน เพราะฉะนั้นคุณควรจะ Fitt & Firm กล้ามเนื้อหน้าท้องของท่านให้งดงาม เพื่อลมหายใจที่ดีกว่า แต่นั่นไม่ได้แปลว่าคนที่ไม่มีกล้ามหน้าท้องหรือพุงห้อยจะไม่สามารถร้องเพลงได้ดีนะครับ มันขึ้นอยู่กลับการฝึกใช้ให้ถูกต้องมากกว่าครับ
7. กล่องเสียงและเส้นเสียง (Larynx and Vocal chord) กล่องเสียงและเส้นเสียงมีหน้าที่โดยตรงในการสร้างเสียงให้เกิดขึ้นโดย ลมหายใจของเราจะไปทำให้เส้นเสียงเกิดการสั่นสะเทือนจนเป็นความถี่เสียงเกิดขึ้นแต่เสียงที่เกิดขึ้นนี้ยังจะไม่เป็นคำต่างๆ จนกว่าจะไปผ่านกระบวนการสร้างคโดยอวัยวะภายในช่องปากอีกทีครับ

บทหน้าเราจะมารู้จักการฝึกการหายใจที่ถูกต้องกัน.......................................... Sing with me

Read More......

วันจันทร์ที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

ลมหายใจคือชีวิต มารู้จักการหายใจกันเถอะ

อ่านจั่วหัวบทความนี้แล้วงงกันไหมครับ เหตุไฉนผมต้องมาบอกให้มารู้จักการหายใจกันอีกทั้งที่ทุกคนน่าจะหายใจได้ตั้งแต่หลุดออกมาจากครรภ์แล้ว ทันทีที่คุณหมอตีก้นให้เราร้องไห้ นั่นหละครับลมหายใจแรกที่ที่เราเรียนรู้ นั่นแปลว่าลมหายใจเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงให้ชีวิตสามารถดำเนินต่อไป เช่นเดียวกับการใช้เสียง ลมหายใจเป็นต้นกำเนิดของการสรพพชีวิต รวมถึงการใช้เสียงหรือการร้องเพลงด้วยเช่นกัน ผมขอถามดื้อๆ 1 ข้อว่า ท่านทราบกันไหมว่าเสียงนั้นเกิดจากอะไร ..............ติ๊กต๊อก......ติ๊กต๊อก............. หมดเวลาครับ เฉลยละ เสียงเกิดจากวัตถุกระทบกัน ไม่เชื่อลองเอามือ2ข้างของคุณมากระทบกันแรงสิครับ ก็จะได้เสียงตบมือ ไม่ขอใช้คำว่าปรบมือนะครับเพราะนั่นแปลว่าต้องตั้งใจทำหลายๆครั้งติดต่อกัน หรือลองเอามือไปกระทบที่หน้าของท่านกูได้ ก็จะได้เสียงอีกรูปแบบหนึ่งปนกับความรู้สึกชาอย่างช้าๆ..........
แล้วเสียงที่เราพูดหรือที่ร้องเพลงล่ะ เกิดจากอะไรล่ะที่ไปกระทบกัน คำตอบก็คือเจ้าเส้นเสียง(Vocal chords) ที่อยู่ในกล่องเสียง (Larynx) ไงล่ะครับ

ลองเดาสิครับว่ามันกระทบกันได้ยังไง ในเมื่อเราไม้ได้เอาอะไรไปดีดเหมือนสายกีต้าร์ซะหน่อย หรือคุณทำได้ไม่นะผมไม่คิดว่าอย่างนั้น สิ่งสำคัญที่ทำให้มันเกิดการกระทบกันจนสั่นสะเทือนเกิดเป็นคลื่นความถี่เสียงได้ก็คือลมหายใจที่เราหายใจเข้าไปนั่นเองไงครับ เพราะฉนั้นถ้าหากว่าคุณอยากได้เสียงคุณความยาว สั้น หนัก เบา ขนาดไหนสิ่งที่จะควบคุมสิ่งเหล่านั้นให้เกิดขึ้นได้ก็คือลมหายใจนั่นเอง หาก นึกไม่ออกลองดูนักไวโอลินดูสิครับ ความยาวหรือสั้นของเสียงไวโอลินที่แสดงอยู่นั้นเกิดจากการที่นักไวโอลินควบคุมคันสีนั่นเอง สำหรับการควบคุมคันสีที่ควบคุมเสียงของเรานั้น ผมขอพูดในบทต่อไปนะครับ

Read More......

เริ่มต้น ส่งเสียง ให้โลกรู้

ตลอด 10 ปีกว่าๆที่ผมสอนเทคนิคการใช้เสียงมา หลากหลายประสบการณ์ หลากหลายปัญหาและแนวทางการแก้ไข บ่อยครั้งที่เจอเคสต์หนักๆจนบ้างครั้งก็เหนื่อยมากๆ แต่ไม่เคยท้อนะครับ มาถึงวันนี้ผมอยากจะสร้างที่ๆ ผมสามารถแชร์ประสบการณ์และความรู้ที่พบเจอมาศึกษาลองผิดลองถูกให้กับหลายๆคนที่กำลังสนใจฝึกการใช้เสียงหรือมีปัญหาในการใช้เสียงให้เข้ามาหาข้อมูล มาแชร์ มาเล่า เรื่องราวให้รับรู้กัน อาจจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นแต่ผมอยากให้จุดนี้ เป็นจุดที่จะเรียงต่อกันจนกลายเป็นเส้น จากเส้นที่เรียงต่อกันจนเป็น แนวทางที่หลายๆคนจะเข้ามาค้นคว้าหาความรู้ เพิ่มเติม ต่อไปได้ ........... Sing with me

Read More......